“เบล่า กัตต์มันน์” : ผู้รอดตายจาก “นาซี” และสาปแช่งให้เบนฟิก้าผิดหวังนาน 100 ปี

“เบล่า กัตต์มันน์” : ผู้รอดตายจาก “นาซี” และสาปแช่งให้เบนฟิก้าผิดหวังนาน 100 ปี

“เบล่า กัตต์มันน์” : ผู้รอดตายจาก FIFA55H และสาปแช่งให้เบนฟิก้าผิดหวังนาน 100 ปี

ในเกมนัดชิงยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2013-14 เบนฟิก้า พยายามอย่างสุดชีวิตในการยิงประตูคู่แข่งอย่าง เซบีย่า ให้ได้เพื่อปลดล็อกบางสิ่งในจิตใจของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร ซึ่งเกิดจากสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “คำสาปของกัตต์มันน์”

เกมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ และยิงประตูไม่ได้ แม้จะสู้ได้สนุกแต่ก็ต้องผิดหวังจากการดวลจุดโทษ นักเตะทุกคนเดินคอตกและไม่เข้าใจว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนี้ “เป็นอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศที่ลูกบอลมันไม่ยอมเข้าประตูให้เรา” ลุยเซา กัปตันทีมกล่าวสั้นๆ แค่นี้

เฮียพูน

นี่คือเรื่องราวของการสาปแช่งจากอดีตกุนซือที่ชื่อว่า เบล่า กัตต์มันน์ ชายคนสุดท้ายที่พา เบนฟิก้า คว้าแชมป์ยุโรปเมื่อ 50 กว่าปีก่อน และตั้งแต่ที่เขาเอ่ยคำแช่งว่า “เบนฟิก้า จะผิดหวังอีก 100 ปี” “ยูเซบิโอ”

ติดตามเรื่องราวชีวิตของเจ้าของคำสาปแช่งที่รุนแรงและยาวนานที่สุดในโลกฟุตบอล เขาผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะถึงจุดนั้น ติดตามได้ที่นี่

ราคาสเต็ป

ในค่ายกักกันของกองทัพนาซีเยอรมัน ภายใต้การปกครองของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทุกเช้านั้น ทุกๆ ชีวิตในที่ดังกล่าวจะเริ่มขึ้นอย่างเร่าร้อนและไม่เต็มใจ เหล่าเชลยจะต้องลืมตาพบกับความหวาดผวาและจำเป็นต้องรับคำสั่งทุกกรณี … เขาให้ทำอะไรก็ต้องทำ อย่างไร้ข้อโต้แย้ง

 

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ.1939-1945 พรรคนาซีสร้างค่ายกักกันขึ้นมากมาย จับชาวยิวมาคุมขัง ใช้แรงงานสร้างโรงงานอุตสาหกรรมกับโรงงานผลิตอาวุธป้อนหน่วยเอสเอส และเป็นสุสานทำลายล้างเผ่าพันธุ์ยิว 

ชาวยิงถูกกวาดต้อนมารวมกันมากที่สุดเพื่อใช้งาน และจากนั้นจึงปิดท้ายด้วยการเข้าห้องรมแก๊สเพื่อสังหารหมู่ โดยในหมู่กองทัพนาซีเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “การแก้ปัญหาชาวยิวครั้งสุดท้าย” หรือ “มาตรการสุดท้าย”

สาเหตุที่ต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นอธิบายได้หลายแบบตามการกล่าวอ้างมากมาย บ้างก็บอกว่า ฮิตเลอร์ เกลียดชาวยิวเพราะเป็นคนที่มีวัฒนธรรมแปลกแยกที่สุดในยุโรป นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพเป็นคนปล่อยเงินกู้มาช้านาน ทำให้เป็นกลุ่มชนที่สังคมรังเกียจ ตามประสาลูกหนี้ที่ไม่สบอารมณ์กับเจ้าหนี้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการ “คัดออก” เพราะเชื่อว่าชาวเยอรมัน ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวอารยัน คือชาติพันธุ์ที่สูงส่งที่สุดในโลก รวมไปเรื่องที่นาซีเชื่อว่ายิวไซออนนิสต์เป็นนกสองหัว ซึ่งเมื่อไปผูกปมกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่พวกเขาเชื่อกันว่าเยอรมันไม่ได้รบแพ้เพราะฝีมือแต่เป็นเพราะโดนหักหลัง ยิ่งทำให้เป็นไฟที่สุมให้พวกเขาเกลียดชังยิวเข้าไปอีก 

แม้จะมุ่งเน้นที่ชาวยิวเป็นหลัก แต่นาซีก็กวาดต้อนทั้งชาวโปแลนด์, ออสเตรีย, ยูเครน และ รัสเซีย ลิ้งดูบอล ซึ่งมีผู้คนนับล้านล้มตายไปจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 

อย่างไรก็ตาม มีหนึ่งชายที่ถูกจับเข้าสู่สถานกักกันแต่กลับเอาชีวิตรอดมาได้ และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เขาคือ เบลา กัตต์มันน์ ชาวฮังการีที่มีเชื้อสายออสเตรีย ที่สำคัญคือเขาเป็นยิว และเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านนรกของนาซีโดยไม่เสียชีวิตมาแล้ว

เรื่องราวของ กัตต์มันน์ w88club เดวิด โบลโชเวอร์ ในหนังสือ “การคัมแบ็คที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สู่ผู้สร้างดีเอ็นเอของฟุตบอลยุคใหม่” และการคัมแบ็คที่ว่าถึงนั้นไม่ใช่การพลิกกลับมาเอาชนะในการแข่งขัน แต่มันคือการพลิกชีวิตจากจุดต่ำสุดกลายเป็นคนที่ปฎิวัติวงการฟุตบอล

ตายไม่ได้ถ้ายังไม่คุมทีมฟุตบอล

“สิ่งทีเกี่ยวกับ กัตต์มันน์ ที่เขาเล่าให้ผมฟังมันยิ่งกว่าหายนะ ถ้าคุณไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตคุณจะเจอว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ไม่มีใครรู้จริงๆ หรอกว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง” โบลโชเวอร์พยายามจะบอกว่าจริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นที่ควรจะเล่าหากจะพูดถึง กัตต์มันน์ คือ beer777

king168

กัตต์มันน์ เป็นนักฟุตบอลที่เล่นให้กับหลากหลายทีมในฮังการีและออสเตรีย ซึ่งเลือดชาวยิวของเขานั้นเข้มข้นจนถึงขนาดเคยย้ายไปอยู่กับ ฮาโกห์ เวียนนา สโมสรฟุตบอลชาวยิวในออสเตรียมาแล้ว ทว่าการที่สโมสรล่องเรือไปออกทัวร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษ 1920’s กลับทำให้เขามีความคิดใหม่

กัตต์มันน์ ตัดสินใจอยู่ต่อที่อเมริกาและลงเล่น “ซอคเก้อร์” ให้กับทั้ง บรูคลิน slot999 นิวยอร์ก ไจแอนท์ส และอีกหลายทีมในมหานครนิวยอร์ก ทว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก หรือ “The Great Depression” ที่เริ่มต้นในปี 1929 ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาค้าแข้งในยุโรปอีกครั้ง กระทั่งปี 1933 เขาก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ด เดินหน้าเข้าสู่วงการโค้ชอย่างเต็มตัว

ช่วงแรกของอาชีพการเป็นโค้ชดูจะเป็นไปด้วยดีสำหรับกัตต์มันน์ เขาได้งานคุมหลายสโมสรทั้งในออสเตรีย, gtr55 และ ฮังการี บ้านเกิด กระทั่งกองทัพนาซีบุกฮังการี และถล่มเละแบบรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ทุกอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไป… 

 

ไม่มีใครทันได้หนี ครอบครัวของ กัตต์มันน์ ไม่ว่าจะ พ่อ, พี่ชาย, น้องสาว และตัวเขา ถูกจับเข้าสู่สถานกักกันเพื่อเป็นทาส ซึ่งปลายทางของการเป็นทาสนั้นคือตายสถานเดียว เพราะพวกทาสมีเวลาได้ดูโลกไม่นานนักเมื่อได้เข้าไปอยู่หลังรั้วลวดหนาม หลังจากจับคนเข้ามาเป็นทาสได้ แต่ละวันๆ ก็ค่อยๆ มีคนหายไปทีละนิดๆ จนกระทั่ง 54 วันผ่านไป … ชาวยิวหายไปทั้งสิ้นมากกว่า 430,000 คน 

เป็นเวลาไม่ใช่น้อยๆที่ กัตต์มันน์ พยายามมองหาหนทางรอด จนสุดท้ายหลังจากพ่อและน้องสาวของเขาถูกยิงตาย กัตต์มันน์ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าอย่างไรเสียเขาก็จะหนีจากที่แห่งนั้นให้ได้ เขาเข้าไปหลับอยู่บนห้องใต้หลังคาเป็นเวลามากกว่า FIFA55H เดือน โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่เขยที่ไม่ใช่ชาวยิวแอบช่วยอยู่ลับๆ 

“เขาต้องซ่อนตัวอยู่ในชานเมืองที่เป็นย่านสลัมของชาวยิวโดยอยู่แต่บนห้องใต้หลังคา หลังจากที่พ่อและน้องสาวของเขาถูกฆ่าตาย gudoball จนสามารถออกมาได้” sg8bet ซึ่งหลังจากการหนีรอดเขาก็ได้เริ่มต้นอาชีพการเป็นกุนซืออย่างจริงจัง และแค่ทีมแรกๆ ของเขาก็มีเรื่องให้ต้องพูดถึงแล้ว

โค้ชหัวแข็ง 

“พวกเราทุกคนสู้เต็มที่แล้ว กัตต์มันน์เดินทางไปยังประเทศโรมาเนีย เริ่มต้นการคุมทีมอีกครั้งกับทีม วาซาซ ก่อนมีทีมเล็กๆ ที่ชื่อว่า Ciocanul ดึงตัวไปคุมทีม ตอนนั้นเขาไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากนักในฐานะอดีตผู้เคยหลบหนีทำให้ไม่มีทรัพย์สิน แถมเศรษฐกิจในยุโรปก็เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง กัตต์มันน์ เลยเจรจากับบอร์ดบริหารว่าเขาจะขอรับค่าเหนื่อยของเขาเป็นผัก ไข่มันฝรั่งแป้งและน้ำตาล แทนการรับเงินสด 

บอลเต็ง100

แต่ความสุดยอดที่แท้จริงของเขาก็ได้เผยร่างมาในตอนนั้น เพราะเขาคือคนที่มีความปราดเปรื่องด้านการจัดการและการคุมทีมเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งเขาจับนักเตะที่ชื่อว่า Gyula Szilagyi มาปั้นและทำให้กลายเป็นยอดดาวยิงที่ยิงได้กว่า 300 ลูกใน 15 ปี การสั่งสมประสบการณ์กับทีมเล็กๆ ช่วยให้กล้าพูดได้เต็มปากว่าตัวของเขาเองนั้นรู้ว่าสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้ในการคุมทีม คือการหาธรรมชาติของนักเตะคนนั้นๆ ให้เจอ ยิ่งเจอนักเตะที่แพ้ไม่เป็นเขาจะยิ่งชอบมาก

ผลงานความสำเร็จในต่างแดน alpha88 แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเขาเกิดทะเลาะกับ happyluke ปุสกัส ตำนานดาวยิงของฮังการี ซึ่งนำไปสู่การโดนแบนในฐานะไม่ซื่อสัตย์ต่อรัฐคอมมิวนิสต์ และทำให้เขาต้องหนีออกไปคุมทีมยังต่างประเทศอีกครั้ง

การออกจากฮังการีหนนี้ ทำให้เขาได้คุมทีม เอซี มิลาน ในช่วงปี 1953 ทว่าแค่ฤดูกาลที่ 2 ของเขาก็เกิดเรื่อง กัตต์มันน์ถูกปลดทั้งๆ ที่กำลังนำทีมนำจ่าฝูงจากปัญหาที่มีขึ้นกับบอร์ดบริหาร

“ผมโดนไล่ออกทั้งๆ ที่ผมไม่ใช่พวกอาชญากรหรือพวกรักร่วมเพศ มันประหลาดไหมล่ะ” เขาว่าไว้เช่นนั้นก่อนจะย้ายไปคุมอีกหลายทีมแต่ไม่มีทีมไหนที่เขามีอิทธิพลมากเท่ากับที่โปรตุเกส ในวันที่เขาได้คุม เบนฟิก้า ลิสบอน ในปี 1959

mm88 rich

วันแรกของการทำงานที่ เบนฟิก้า siri365 กัตต์มันน์ เริ่มต้นด้วยการขายนักเตะออกจากทีมทิ้งทีเดียว 20 คน และดันนักเตะเยาวชนขึ้นมาเล่นชุดใหญ่แทน

 

“หมอนี่ปกครองนักเตะเหมือนเลี้ยงสัตว์ไว้ในกรง เลี้ยงไว้ให้พร้อมสำหรับการโชว์ของเขา เขาจะทำให้แน่ใจว่าทุกคนมีความมั่นใจสูงปรี๊ดและไร้ความกลัว และเขาแสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าเขาไม่เคยกลัวอะไรเลย” โค้ชคนหนึ่งของ เบนฟิก้า เล่าให้ open365 Guardian ฟัง ว่า กัตต์มันน์ เป็นเหมือนคนเลี้ยงสิงโตให้เชื่อง 

ขณะที่ กัตต์มันน์ เองก็มักสัมภาษณ์เชิงโอ้อวดและมั่นใจในตัวเองเสมอ เขาเคยบอกว่าทีมของเขาไม่กลัวการเสียประตู เพราะต่อให้โดนยิงได้ อย่างไรเสียทีมของเขาก็จะยิงให้ได้มากกว่าและเป็นผู้ชนะอยู่ดี 

เบนฟิก้า ในยุคของ กัตต์มันน์ นั้นเป็นทีมที่ใช้ระบบฟุตบอลที่แปลกใหม่ เขาปรับทีมมาเล่นในระบบ 4-2-4 ที่โลกไม่เคยเจอ ใช้ปีกสองฝั่งเล่นเกมบุกแบบไม่ลืมหูลืมตา และเพียงปีแรกนักเตะที่เขาขุนมาเองกับมือก็ช่วยกันเล่นจน เบนฟิาก้า คว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 1959-60 

ในช่วงปิดฤดูกาลทีมชุดนั้นมีโอกาสได้เดินทางไปโชว์ฝีเท้าที่แอฟริกา เขาเจอกับหนุ่มชาวโบซัมบิกของสโมสร Ferroviaria … กัตต์มันน์ เข้าไปเจรจาด้วยตนเอง และทางสโมสรดังกล่าวบอกว่าพวกเขาต้องการเงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นค่าตัวของ ballchampวาปฟุตบอล และพ่อหนุ่มคนนี้นี่เองที่กลายเป็นราชาแห่ง เบนฟิก้า พร้อมนำมาซึ่งความยิ่งใหญ่มากที่สุดเท่าที่สโมสรแห่งนี้เคยมี

แต่ก็เหมือนเดิม kingpin88 กัตต์มันน์ คือแม้จะเป็นคนเก่งแต่เขาเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ เขาไม่กลัวรุ่นใหญ่หน้าไหนทั้งนั้น เขาถือว่าตัวเองเป็นโค้ชและสิทธิ์ทุกอย่างต้องตกอยู่ที่เขาคนเดียว

 

แรกเริ่มไม่มีใครกล้าเถียงเพราะเขานำแชมป์และความสำเร็จมาสู่ทีมทุกปี โดยเฉพาะการปราบ เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1962 แบบหักปากกาเซียน ทั้งๆ ที่ ราชันชุดขาว มีผู้เล่นอย่าง ปุสกัส และ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ที่ถือว่าเก่งที่สุดในโลก ณ เวลานั้น ทำให้ไม่มีบอร์ดกล้างัดข้อเขาแบบโจ่งแจ้งเพราะกลัวกระแสจากแฟนบอลจะตีกลับsbobet888

“ทุกคนมานั่งตรงนี้ สุภาพบุรุษทั้งหลายผมจะบอกอะไรให้ มาดริด เป็นทีมที่ดี แต่พวกมันก็เหนื่อยเป็น พวกมันแก่แล้วก็เริ่มที่จะเหนื่อยง่าย พวกมันไม่ชนะเราหรอก ให้ออกมาวิ่งแข่งกับเรายังสู้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ดิ สเตฟาโน่ มันตายไปแล้ว” นี่คือสิ่งที่ กัตต์มันน์ ปลุกใจนักสู้ให้กับลูกทีมในค่ำคืนประวัติศาสตร์

“ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขามาถึงโปรตุเกส ความสัมพันธ์ของ กัตต์มันน์ และ เบนฟิก้า มีความซับซ้อนมาก บุคคลิกของเขาเต็มไปด้วยความพร้อมในการที่จะขัดแย้งกับทุกคน แต่ก็แสวงหาความสำเร็จแบบไม่หยุดยั้งด้วย” ถูกเล่าผ่านนักเขียนชาวสวิสที่ชื่อว่า ชาเว กูรูฟุตบอลของโปรตุเกสกล่าวกับ CNN 

“เขาพาทีมคว้าแชมป์ยุโรป 2 ปีติดต่อกัน หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหา อันโตนิโอ คาร์ลอส ที่เป็นประธานคนใหม่แบบสดๆ ร้อนๆ ถึงแนวคิดของเขาที่สโมสรต้องรับฟัง เขาร้องขอสัญญาฉบับใหม่ และงบประมาณทำทีมเพิ่ม” 

คำตอบจากท่านประธานคือ ไม่… พวกเขาเชื่อว่า เบนฟิก้า มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว นอกจากนี้ กัตต์มันน์ ก็ไม่ได้ค่าเหนื่อยที่เขาเรียกร้องไปด้วย

ไม่มีทางที่เขาจะยอม กัตต์มันน์ ได้ฟังคำตอบก็ไม่รออะไรนาน เขาเดินเคาะโต๊ะดังเปรี้ยงและขอลาออกทันที แต่ไม่จบแค่นั้นเขามีของแถมด้วยคำพูดที่ว่า “จากนี้ไป เบนฟิก้า จะไม่ได้แชมป์ยุโรปไปอีก 100 ปี แกคอยดู” แล้วเขาก็เดินหายลับไป

คำสาปแห่ง กัตต์มันน์

ใครจะคิดว่าคำพูดของคนๆ เดียวจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ช่วงเวลาจากนั้นแม้ กัตต์มันน์ จากไป แต่ ยูเซบิโอ ยังอยู่ และ “เสือดำแห่งโมซัมบิก” พาทีมเข้าไปชิงแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันในฤดูกาล 1962-63 … เอซี มิลาน 

 

ไม่มีใครคิดถึงคำสาปของ กัตต์มันน์ เลยก่อนหน้านั้น จนกระทั่ง เบนฟิก้า แพ้ มิลาน ไป 1-2 ทุกคนชักเริ่มกลัวว่าสิ่งที่กัตต์มันน์พูดนั้นจะเป็นจริงขึ้นมาบ้าง … แต่มันจะจริงหรือ ในเมื่อ มิลาน ก็แข็งแกร่งไม่ธรรมดา การแพ้ให้กับยอดทีมนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก

อย่างไรก็ตามมีหลายสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าแฟนบอล ดูบอลสด นั้นกลัวคำสาปนี้จริงๆ เพราะในปี 1964-65 ที่พวกเขาเข้าชิงถ้วยเดิมเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน และต้องเจอกับ อินเตอร์ มิลาน บอลชุด เบนฟิก้า เล่นไม่เหมือนเดิม

“ทุกครั้งที่ เบนฟิก้า เซียนล้มโต๊ะ พวกเขาเหมือนไม่เป็นตัวเอง เหมือนกับคนที่พยายามลบล้างคำสาปมากกว่าเล่นเพื่อชนะ” โชเซ่ คาร์ลอส โซอาเรส ผู้สื่อข่าวฟุตบอลชาวโปรตุเกสว่ากับ CNN ต่อ และด้วยความผิดธรรมชาติจึงทำให้ทุกอย่างผิดเพี้ยน มีการยิงชนเสา ชนคาน เสียประตูจากลูกไม่น่าเสีย จนสุดท้าย เบนฟิก้า ยิง อินเตอร์ ไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียวและแพ้ไป 0-1 ผิดหวังเป็นหนที่ 2 ติดต่อกันตั้งแต่ กัตต์มันน์ กล่าวคำนั้นออกมา

ปี 1968 ยิ่งชัดเข้าไปอีก เบนฟิก้า ชิง ยูโรเปี้ยน คัพ อีกครั้งด้วยการเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาเสมอกันในเกม ก่อนที่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ปีศาจแดง จะยิงเละเทะ และชนะไป 4-1 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกไปครอง ปล่อยให้เบนฟิก้าต้องกลับไปทบทวนตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อะไรจึงทำให้พวกเขาต้องผิดหวังตลอด…

สปอตพูล

การทบทวนครั้งนี้มีเวลายาวนานถึง 22 ปี เวลาเดินมาถึงปี 1990 เบนฟิก้า ได้เข้าชิง ยูโรเปี้ยน รวมถึงประเทศรอบข้างด้วย กับ เอซี มิลาน ในเกมนั้นมีเรื่่องที่ เบนฟิก้า ต้องเคลียร์ … ถึงแม้ว่า กัตต์มันน์ จะเสียชีวิตไปแล้วในปี 1981 แต่เพื่อความชัวร์ว่าแรงสาปแช่งจะหายไป วิธีแทงบอล ยูเซบิโอ ตำนานของทีม มาวางดอกไม้หน้าหลุมศพของ กัตต์มันน์ ที่กรุงเวียนนา เมืองเดียวกับที่เป็นสังเวียนแข่งนัดชิงในปีนั้น ในฐานะตัวแทนของทุกคนในสโมสร

“ทุกปีที่เบนฟิก้าได้เล่นถ้วยยุโรป พวกเขาพยายามลบล้างคำสาปนี้เสมอ ทุกครั้งที่เบนฟิก้าได้ไปเล่นยังเมืองที่ใกล้กับที่ตั้งหลุมฝังศพของกัตต์มันน์ จะมีคนนำดอกไม้ไปวางหน้าหลุมฝังศพตลอด แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ไม่เคยได้ผลสักครั้ง” โชเซ่ คาร์ลอส โซอาเรส เผย … ถูกต้องแล้ว แม้จะทำพิธีขอขมาต่อหน้าหลุมศพโดยศิษย์เอกของ กัตต์มันน์ แต่ เบนฟิก้า ก็ยังแพ้อยู่ดี

นับตั้งแต่ กัตต์มันน์ ประกาศิตครั้งนั้น เบนฟิก้า แพ้ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปในทุกถ้วยรวมกันมาแล้วถึง 8 ครั้ง … ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2014 ที่ เบนฟิก้า เข้าชิง ยูโรปา ลีก กับ เซบีย่า และแน่นอนพวกเขาแพ้อีกตามเคย 

พนันกีฬา แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เราขาดโชค… เป็นอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศที่ลูกบอลมันไม่ยอมเข้าประตูให้เรา” ลุยเซา กัปตันทีม เบนฟิก้า ชุดดังกล่าวเผยอย่างสุดเซ็งจากความพ่ายแพ้ในเกมชิงชนะเลิศครั้งล่าสุด

 

ไม่มีใครรู้ว่าคำสาปนี้มีจริงหรือไม่ เพราะฟุตบอลคือเกมที่คาดเดาไม่ได้ และไม่ใช่แค่เบนฟิก้าทีมเดียวที่อยากจะชนะ ทุกทีมที่มาถึงรอบชิงชนะเลิศล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งทั้งนั้นกว่าจะฝ่าฟันมาถึงจุดนี้ได้ ดังนั้นมันไม่มีทางพิสูจน์ได้เลยว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของ กัตต์มันน์ ถือว่าเป็นคำสาปได้หรือไม่ พนันฟุตบอล

แต่ในทางกลับกันเมื่อคนพูดถึงมันมากๆ และเกิดความกังวลในคนส่วนใหญ่ เรื่องนี้ย่อมส่งผลถึงสภาพจิตใจในการลงเล่นนัดชิงชนะเลิศของนักเตะไม่มากก็น้อย … ตราบใดที่พวกเขามัวแต่กังวลกับคำสาปนี้ เฟเรนซ์ เบนฟิก้า จะปลดล็อกได้ เพราะการเสียสมาธิในเกมนัดใหญ่ๆ แบบนี้ เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถชี้เป็นชี้ตายได้

แม้แฟนๆ สปอตพูล เบนฟิก้า จะอยากจดจำ เบล่า กัตต์มันน์ ในฐานะตำนานของทีม ทว่าที่สุดแล้วก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า พวกเขาจะยกมือขึ้นภาวนาทุกครั้งหลังจากนี้หากทีมรักของพวกเขาเข้าชิงแชมป์ยุโรปหนต่อไป… ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 

You May Also Like

About the Author: admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *